FANDOM


 องค์บาก (2546)
No-poster
ตัวอย่างภาพยนตร์ องค์บาก

ตัวอย่างภาพยนตร์ องค์บาก

ประเภท :  Action / Crime / Thriller
ผู้กำกับ :  ปรัชญา ปิ่นแก้ว
เรื่อง :  ปรัชญา ปิ่นแก้ว / พันนา ฤทธิไกร
บทภาพยนตร์ :  ศุภชัย สิทธิอำพรพรรณ
บริษัทผู้สร้าง :  สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, บาแรมยู
วันที่เข้าฉาย :  31 มกราคม 2546
 องค์บาก (อังกฤษ: Ong Bak) เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2546 เป็นผลงานการกำกับโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว และเป็นผลงานการกำกับคิวแอกชั่นโดย พันนา ฤทธิไกร ที่ใช้เวลากว่า 4 ปี เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ ให้เป็นที่สุดของภาพยนตร์ไทยประจำปี 2546 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกภาพยนตร์ ที่ตำนานแห่งศิลปะแห่งการต่อสู้ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุด อันตรายที่สุดของไทย ที่ได้รับการยกย่อง และเป็นที่ยอมรับไปทั่วทุกมุมโลก อย่างแม่ไม้มวยไทยโบราณ ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนจอภาพยนตร์ ให้เห็นถึงพลานุภาพที่น่าเกรงขาม และเต็มไปด้วยความสวยงาม

เรื่องย่อ

ในประวัติศาสตร์หมู่บ้านหนองประดู่ ที่ยาวนานตั้งแต่ครั้นสมัยสงครามไทยกับพม่า ตำนานของครูดำ ผู้แกร่งกล้าด้วยศิลปะการต่อสู้ คือชายไทยผู้กล้าที่เคยแหวกฝ่ากองทัพพม่า ไปแย่งชิงเอาองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกทหารพม่าบุกมาปล้นสดมภ์ และแย่งชิงไปจากหมู่บ้าน เมื่อคราครั้งกระโน้นได้เป็นผลสำเร็จ จนเกิดปาฏิหาริย์แห่งรอยบาก อยู่บนพระพักตร์ขององค์พระ ว่ากันว่าร่องรอยดังกล่าว คือบาดแผลจากการต่อสู้ ที่เกิดจากอิทธิฤทธิ์ขององค์พระศักดิ์สิทธิ์ ที่รับแทนคมหอกคมดาบ ที่ทหารพม่าถาโถมฟาดฟัน เข้าใส่ร่างของครูดำนั่นเอง

ว่ากันว่าความเชื่อดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับครูดำ และผู้คนในหมู่บ้านได้ถูกเล่าขาน สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แต่แล้วองค์บากกลับถูก ดอน (วรรณกิตย์ ศิริพุฒ) อดีตลูกหลานบ้านหนองประดู่ ที่ปัจจุบันหันหน้าเข้าสู่โลกแห่งความชั่วช้าอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งเรื่องของยาเสพติด การพนัน และที่ร้ายแรงที่สุด คือการแอบตัดเศียรองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ไปให้กับนักสะสมวัตถุโบราณ ที่มีจิตใจชั่วช้าในกรุงเทพ ในคืนก่อนงานเฉลิมฉลองงานบุญ ที่ชาวหนองประดู่จัดขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองศรัทธาต่อองค์บาก ที่ได้หมุนเวียนมาครบ 24 ปี ส่งผลให้เหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความสะเทือนใจ ต่อทุกชีวิตในบ้านหนองประดู่ โดยเฉพาะบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ ที่รอวันนี้มาค่อนชีวิต

ราวกับว่านี่คือกงล้อแห่งศรัทธา ที่หมุนเวียนบรรจบมา เพื่อทดสอบในศรัทธาแห่งความความผูกพัน และพลังแห่งความดีงาม ของผู้คนในบ้านหนองประดู่อีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะกับผู้ที่ได้รับการสืบทอดชะตากรรม จากองค์บากโดยตรงอย่าง ทิ้ง (จา พนม ยีรัมย์) เด็กหนุ่มลูกกำพร้า ที่ได้รับการชุบเลี้ยงเติบโต จนมีสายเลือดของบ้านหนองประดู่อย่างข้นคลั่ก รวมทั้งเคล็ดวิชานวอาวุธ (อาวุธที่ก่อเกิดจากอวัยวะสำคัญ ในร่างกายของมนุษย์ทั้ง 9 อันประกอบไปด้วย 1 ศรีษะ 2 หมัดกร้าวแกร่ง 2 แรงกระทุ้งของศอก ตอกย้ำความหนักหน่วงของ 2 เข่า และความคล่องแคล้วว่องไวของ 2 เท้า) ผสมผสานกับศิลปะมวยไทยโบราณ ที่ได้รับการถ่ายทอดจากพระครู หลวงพ่อผู้เป็นดั่งเสาหลัก ที่เคารพนับถือของผู้คนในหมู่บ้านหนองประดู่ ลูกศิษย์คนสำคัญของครูดำ ปูชนียบุคคลที่มีคุณอนันต์ของหมู่บ้าน

การเดินทางมุ่งหน้าสู่หนทางแห่งการต่อสู้ การทบทวนจิตวิญญาณแห่งความใฝ่ดี และการเผชิญหน้ากับโลกใหม่ ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ลุ่มหลงนิยมในวัตถุเงินทอง ท่ามกลางแสงสีของเมืองหลวง ที่เต็มไปด้วยความคดโกง หลอกหลวง และแก่งแย่งชิงดี ทิ้งได้พบกับบททดสอบแห่งศรัทธา และภาระรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น อันตรายมากขึ้น โดยมีคนๆ เดียวในเมืองหลวง ที่จะช่วยทิ้งตามหาดอนได้คือ หำแหล่ หรือ ยืนยง (หม่ำ จ๊กหมก) ลูกชายของผู้ใหญ่น้อย อีกหนึ่งลูกหลานบ้านหนองประดู่ ที่ถูกส่งมาเล่าเรียน เพื่อกอบโกยเอาความรู้ นำกลับไปพัฒนาถิ่นเกิด แต่กลับกลายเป็นว่า ทิ้งถูกหำแหล่ ที่บัดนี้เปลี่ยนรูปโฉมเป็น ไอ้ยอร์จ หนุ่มหัวทองไร้ซึ้งหัวจิตหัวใจ หลอกขโมยเอาถุงห่อของมีค่า ที่รวบรวมเอาแบ๊งค์ยี่สิบเก่าๆ เงินเหรียญ และบรรดาทรัพย์สมบัติของผู้เฒ่าผู้แก่ ลูกหลานของบ้านหนองประดู่ ที่รวบรวมให้ทิ้งเพื่อเป็นทุนรอน ในการตามหาองค์บากในเมืองใหญ่ ไปวางเดิมพันในมวยเถื่อนเสียแล้ว

เส้นทางในการเสาะหาองค์บาก ดึงเอาทิ้งเข้าไปเกี่ยวข้อง กับชีวิตของผู้คนอันหลากหลายในเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เง็ก (รุ่งระวี บริจินดากุล) หญิงสาวสู้ชีวิต ที่ถูกความเหลวแหลกของเมืองหลวง กัดกินทั้งร่างกายและจิตใจ, หมวยเล็ก (ภุมวารี ยอดกมล) เด็กสาวแก่นแก้ว ที่งดงามทั้งหน้าตาและจิตใจ, ไอ้เป๋ง (เชษฐวุฒิ วัชรคุณ) นักเลงหัวไม้ หัวโจกของบรรดาจิ๊กโก๋คุมซอย คู่ปรับคนสำคัญของยอร์จ ความเป็นจริงในความหวังที่ไม่เพียงดูริบหรี่ แต่กลับเริ่มไกลห่าง ออกไปจากตัวทิ้งมากขึ้นทุกที เมื่อจิตศรัทธาแห่งความดีงาม จากคนรอบข้างที่มีต่อองค์บาก ค่อยรางเลือนมากยิ่งขึ้น กลับกันกับชักนำให้ทิ้ง ถล้ำเข้าไปสู่วังวนแห่งการต่อสู้ ที่ดูเหมือนจะขัดกับถ้อยคำที่พร่ำสอนจากพระครู เมื่อทิ้งถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง กับเกมการต่อสู้และการไล่ล่า ที่อบอวลไปด้วยความชั่วร้าย จากทั้งคนไทยด้วยกันเองและชาวต่างชาติ

และนี่คือจุดเริ่มต้น ของการเดินทางแห่งจิตศรัทธา ที่นำมาซึ่งการต่อสู้ เพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรีของศิลปะการต่อสู้ ที่เรียกขานว่า แม่ไม้มวยไทยโบราณ

นักแสดง

ทัชชกร ยีรัมย์
บุญทิ้ง
เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา
อ้ายห่ำแหล่ / ยอร์จ
ภัทราริน ยอดกมล
หมวยเล็ก
สุเชาว์ พงษ์วิไล
คมทวน
ชุมพร เทพพิทักษ์
ลุงเมา
วรรณกิตย์ ศิริพุฒ
ดอน
ฉัฏฐพงศ์ พันธนะอังกูร
สมิง สิบทิศ
นักแสดงสมทบ-รับเชิญ : รับบทเป็น
เชษฐวุฒิ วัชรคุณ เป๋ง
รุ้งณภัฐ บริจินดากุล เง็ก (พี่ของหมวยเล็ก)
พรพิมล ชูขันทอง แม่หวาน
อุดม ชวนชื่น ตาเหมือน
บุญศรี ยินดี ยายหอม
วรวิทย์ ตั้งจิตรศิริกุล เสี่ยเป้า
แสวง รอดนุช ผู้ใหญ่น้อย
ชูพงษ์ ช่างปรุง องครักษ์
ดอน เฟอร์กูสัน องครักษ์
เดวิด อิสมาโลน Mad Dog
อีริค มาร์คัส ชูทส์ Pearl Harbour
นิค คารา Big Bear
สุกัญญา คงคาวงศ์ สาวเสริฟ
วีระพล ภูมาตย์ฝน

Image Gallery

เกร็ด

  • ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการผสมผสานระหว่าง นวอาวุธ (อวัยวะที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในร่างกาย ที่เปรียบได้กับอาวุธทั้ง 9 ซึ่งประกอบไปด้วย 1 ศรีษะ พลังหมัดทั้ง 2 ความรุนแรงของ 2 ศอก ตอกย้ำความหนักหน่วงด้วย 2 เข่า พร้อมรุกเร้าด้วยความรวดเร็วของเท้าทั้ง 2) กับความสามารถที่เหนือกว่าคนปกติทั่วไปของ จา พนม ยีรัมย์ ซึ่งผ่านการฝึกซ้อมกว่า 8 ชั่วโมง และไม่ต่ำกว่า 7 ปี นักแสดงแอ็คชั่นภายใต้ศิลปะการต่อสู้ที่ปราศจากการใช้สตั้นท์แมนท์ เน้นความสมจริง ไม่มีการปรุงแต่งด้วยสเปเชี่ยลเอฟเฟ็คต์ หรือเทคนิคพิเศษใดๆ โดยผ่านการคิดค้น และดีไซน์ฉากแอ็คชั่นที่ยิ่งใหญ่
  • ภาพยนตร์เรื่องนี้ยากที่สุดในชีวิตตลอดการทำงานในรอบ 20 ปีของ พันนา ฤทธิไกร ผู้กำกับ ผู้ออกแบบคิวบู๊ นักแสดง และสตันท์แมน ที่มีผลงานทั้งทางด้านภาพยนตร์, ภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ และโชว์แอ็คชั่น มากกว่า 100 โปรเจ็คต์ ร่วมกับ เซ้ง ผู้อยู่เบื้องหลังฉากแอ็คชั่น ในภาพยนตร์เจมส์บอนด์ 007 และภาพยนตร์แอ็คชั่นจากฮอลลีวู้ดมากมาย เนรมิตฉากสตันท์คาร์ตุ๊กตุ๊กเหินฟ้าสุดมหัศจรรย์ ภายใต้การกำกับการแสดงครั้งแรกในรอบ 8 ปีของ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับ/โปรดิวเซอร์ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ของภาพยนตร์ไทยที่กวาดรายได้มากกว่า 150 ล้านบาทจาก มนต์เพลงลูกทุ่งเอฟเอ็ม, 7 ประจัญบาน, ปอบหวีดสยอง ฯลฯ
  • ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังพร้อมด้วยทีมงานระดับคุณภาพของไทย อาทิผู้กำกับภาพโดย ณัฐวุฒิ กิตติคุณ บทภาพยนตร์โดย ศุภชัย สิทธิอำพรพรรณ โปรดักชั่นดีไซน์โดย อรรคเดช แก้วโคตร ดนตรีประกอบโดย Atomix Cluccing Studio ตัดต่อโดย ธนัติ สุขสิน, ฐานพัทน์ ทวีสุข จาก พิเพิล-เอ็กซ์ สตูดิโอ ภายใต้การอำนวยการสร้างบริหารโดย สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
  • อาจารย์การุณ ตระกูลเผด็จไกร ผู้พิการทางกล่องเสียง เพราะพิษร้ายจากบุหรี่ ได้ให้เสียงพากย์คมทวนในภาพยนตร์เรื่องนี้
  • หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย สิทธิการซื้อขายสำหรับต่างประเทศในเอเชีย ถูกซื้อโดย ลุก แบซง จากบริษัท EuropaCorp
  • หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากภาพยนตร์เรื่องนี้จึงได้นำมาดัดแปลงเนื้อหาให้เป็นรูปแบบละครโชว์บนเวทีที่คงสไตล์การ เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน ทุกฉากทุกตอนของจริง ไม่มีตัด โดยได้นักแสดงสตั้นแมนและนักแสดงรุ่นใหม่ที่ผ่านการคัดกว่า 100 ชีวิต ฝึกฝนกว่า 1 ปีเต็ม ทำการเปิดโชว์การแสดงทุกวันยกเว้นวันจันทร์ ณ โรงละคร ห้าง SHOW DC พระราม 9 ชั้น 6 ติดกับ RCA

รางวัล

  • รางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์ ประจำปี พ.ศ. 2546
    • นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ทัชชกร ยีรัมย์)
  • รางวัล KUNGFUCINEMA AWARD
    • นักแสดงนำฝ่ายชายที่เน้นศิลปะการต่อสู้ยอดเยี่ยม (ทัชชกร ยีรัมย์)
    • ออกแบบฉากและศิลปะการต่อสู้ยอดเยี่ยม (ทัชชกร ยีรัมย์)
  • ทูตวัฒนธรรมด้านภาพยนตร์ครั้งที่ 1
    • ทูตวัฒนธรรมด้านภาพยนตร์ครั้งที่ 1 (ทัชชกร ยีรัมย์)