FANDOM


 ดรรชนีนาง (2504)
2504 ดชนี 1
เพลงประกอบโฆษณาภาพยนตร์ดรรชนีนาง (2504)

เพลงประกอบโฆษณาภาพยนตร์ดรรชนีนาง (2504)

 ประเภท :  Drama / Romance
 ผู้กำกับ :  สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์
 บทประพันธ์ :  อิงอร (ศักดิ์เกษม หุตาคม)
 บทภาพยนตร์ :
 บริษัทผู้สร้าง :  ภาพยนตร์สหะนาวีไทย
 วันที่เข้าฉาย :  10 กุมภาพันธ์ 2504 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง-เฉลิมบุรี
 ดรรชนีนาง เป็นภาพยนตร์สี 16 มม.ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2496 พากย์สด สร้างจากบทประพันธ์ของ อิงอร อำนวยการสร้างและกำกับโดย สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์ ฉายครั้งแรกต้อนรับตรุษจีน ภาพยนตร์เรื่องนี้มีคำโปรยว่า จาการนำของดาราผู้ค้ำประกัน พิศมัย วิไลศักดิ์ จึงยึดหลักได้ว่าเราเคยเห็น ฝีมือสร้างหนังกันมาก่อนแล้วว่าดีเลิศแน่ และถ้าผู้แสดงดี ผู้สร้างดี เรื่องดี โรงฉายดี พวกเราจึงเชื่อได้ว่า...หนังดี..!

เรื่องย่อ

เกาะแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา เมื่อเรือรบหลวงอรุโณทัย ทอดสมออยู่ระหว่างเกาะหนูกับเกาะแมว นาวาโทหม่อมเจ้านิรันดร์ฤทธิ์ธำรง นายทหารเรือหนุ่มแห่งราชนาวีไทย (แสน สุรศักดิ์) พร้อมด้วยจ่าอยู่ (พูนสวัสดิ์ ธีมากร) ก็ปีนเขาขึ้นไปสำรวจดูทำเลแถวนั้น ระหว่างส่องกล้องทางไกลมองดูอยู่นั้น นิรันดร์ก็ส่องไปเห็นสาวน้อยนางหนึ่งกำลังเล่นน้ำ เธอสวยเป็นที่ต้องตาต้องใจเป็นยิ่งนัก

นิรันดร์จึงพาจ่าอยู่ไปตามหาสาวน้อยนางนี้และทราบว่าเธอชื่อ ดรรชนี (พิศมัย วิไลศักดิ์) ดรรชนี พักอยู่ในกระท่อมกับพ่อแก่ๆ ชื่อพระนเรศราภิบาล (ม.ร.ว.ประสิทธิศักดิ์ สิงหรา) นายทหารที่ออกจากราชการมาเป็นชาวประมงอยู่เกาะแห่งนี้

เมื่อนิรันดร์ได้พบดรรชนีก็เอ่ยปากฝากรักตั้งแต่แรกเห็น วันหนึ่งขณะที่ดรรชนีกำลังเฉาะมะพร้าวให้นิรันดร์ ก็เผอิญไปเฉาะโดนนิ้วตัวเอง นิรันดร์ได้ช่วยปฐมพยาบาลและยังชมว่านิ้วก้อยดรรชนีสวยงามและทั้งคู่ก็ลักลอบได้เสียกัน ทำให้พระนเรศโกรธที่ดรรชนีไม่ยอมเชื่อคำเตือนของพ่อที่ไม่ให้ยุ่งกับคนแปลกหน้าโดยเฉพาะพวกทหารเรือ แต่ดรรชนีก็ยังลักลอบไปพบกับนิรันดร์อีก พระนเรศจึงเฆี่ยนดรรชนีด้วยหางกระเบน เสียงร้องของดรรชนีก็ยิ่งทำให้พระนเรศผู้เป็นพ่อเจ็บปวดหัวใจยิ่งกว่าเพราะก่อนหน้านั้นพระนเรศไม่เคยลงโทษลูกมาก่อนเลย

พระนเรศเสียใจก็กินเหล้าหนักยิ่งขึ้นและพร่ำพรรณนาต่อหน้าหลุมศพของดรรชนีไฉไลภรรยาของตน แม่ของดรรชนีนั้นเป็นองค์หญิงสูงศักดิ์ที่ยอมหนีตามคนที่ตนมารักมาเป็นชาวประมงจนๆ กระทั่งคลอดลูกดรรชนีจึงป่วยตาย

ดรรชนีจึงเติบโตขึ้นมาจากความรักของผู้เป็นพ่อที่ยังจมปลักอยู่กับความหลังโดยมีเหล้าเป็นเครื่องปรับทุกข์ ส่วนตัวดรรชนีเองก็มีเพียงเจ้าลิงจ๊อก ลิงแสนรู้เป็นเพื่อนเล่นคู่ใจตลอดมากระทั่งได้มาพบชายหนุ่มคนที่บอกว่า รักเธอมากๆ คือนิรันดร์ เธอจึงทุ่มหัวใจรักให้ แล้ววันหนึ่ง นิรันดร์ก็มาพบดรรชนีเพื่อจะขอลากลับกรุงเทพฯ โดยปากก็ยังพร่ำคำว่า ไม่ลืมดรรชนี จะกลับมาหาดรรชนี นิรันดร์จากไปโดยยังไม่รู้เลยว่า ดรรชนีได้ตั้งท้องอ่อนๆ แล้ว

นับแต่วันที่นิรันดร์จากดรรชนีไป ดรรชนีก็ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันกลับมาของชายคนรัก แต่ก็ไม่มีวี่แววอะไร ฝ่ายผู้เป็นพ่อก็ได้แต่เฝ้ามองลูกสาวด้วยความรักความสงสาร แต่ก็ไม่อาจจะช่วยเหลืออะไรได้จึงยิ่งกินเหล้าหนักเรื่อยๆ จนร่างกายทรุดโทรม ฝ่ายนิรันดร์นั้นเมื่อกลับไปกรุงเทพฯ ก็ได้พบกับศิริยุคล (งามตา ศุภพงษ์) สาวสังคมชื่อดัง ทั้งคู่คบหาเป็นแฟนกันโดยผู้ใหญ่สองฝ่ายสนับสนุน

เวลาผ่านไปหลายเดือน ท้องของดรรชนีก็เริ่มโตขึ้น แต่นิรันดร์ก็ไม่กลับมาหาตามสัญญา พ่อจึงยอมบากหน้าพาดรรชนีเข้ากรุงเทพฯ ไปตามหานิรันดร์ แต่เมื่อไปถึงก็พบกับภาพบาดตาบาดใจเพราะนิรันดร์ควงคู่อยู่กับศิริยุคล ใครๆ ก็ดูออกว่า สองคนเป็นคนรักกัน เมื่อพ่อกับดรรชนีทวงหาสัญญารักก็ได้รับการปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยแถมยังใช้เงินฟาดหัวอีก ทำให้พ่อถึงกับเป็นลมล้มฟุบ ครั้นพอซมซานกลับมาถึงกระท่อมดรรชนีได้ไม่นาน พ่อก็ตรอมใจตาย ดรรชนีพกความแค้นครั้งนี้เก็บไว้

ต่อมาดรรชนีทราบข่าวว่า นิรันดร์จะแต่งงานกับศิริยุคล ดรรชนีบรรจงห่อของขวัญส่งให้นิรันดร์คนรัก เมื่อนิรันดร์เปิดห่อของขวัญออกดูก็พบว่าในขวดนั้นมีนิ้วสีขาวซีดๆ มีรอยแผลเป็นเห็นที่กลางนิ้ว นิรันดร์จึงหวนนึกถึงอดีตที่ผ่านมา เขานึกถึงสาวน้อยดรรชนีที่สงขลาขึ้นมาทันที จึงรีบผละออกจากห้องหอเพื่อเดินทางไปหาดรรชนีทันที เมื่อนิรันดร์ไปถึงกระท่อมดรรชนีก็พบลิงจ๊อก เมื่อถามลิงจ๊อกถึงดรรชนี ลิงจ๊อกก็ชี้ไปที่หลุมฝังศพ นิรันดร์จึงตามไปที่หลุมฝังศพและพบว่า ดรรชนีกำลังคร่ำครวญอยู่กับหลุมฝังศพของพ่อและแม่

พอนิรันดร์โผล่เข้าไป ดรรชนีซึ่งกำลังมีไฟแค้นสุมอกอยู่ก็บันดาลโทสะลั่นไกปืนใส่นิรันดร์ทันที นิรันดร์ล้มฟุบลงบนหลุมฝังศพ ดรรชนีก็เข้าไปขยับตัวและคร่ำครวญถึงความรักของตนกับนิรันดร์ในอดีตทำนองให้อภัยในสิ่งที่ผ่านมา จากนั้นนิรันดร์ก็ฟื้นขึ้นมาบอกว่ายังไม่ตาย ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด

นักแสดง

  • พิศมัย วิไลศักดิ์ – ดรรชนี
  • แสน สุรศักดิ์ – นาวาโทหม่อมเจ้านิรันดร์ฤทธิ์ธำรง
  • ม.ร.ว.ประสิทธิ์ศักดิ์ สิงหรา – พระนเรศราภิบาล
  • งามตา ศุภพงษ์ – ศิริยุคล
  • อบ บุญติด
  • พูนสวัสดิ์ ธีมากร – จ่าอยู่

Image Gallery

เกร็ด

  • บทประพันธ์ดรรชนีนางของอิงอร (ศักดิ์เกษม หุตาคม) ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ประชามิตรรายสัปดาห์ โดยได้แรงบันดาลใจในการเขียนนิยายเรื่องนี้จาก เต็ลมา วรรณกรรมอมตะของ แมรี่ คอเรลลี่ โดยใช้ทิวทัศน์อ่าวสงขลาที่เป็นบ้านเกิดมาเป็นฉาก
  • ดรรชนีนางถูกนำมาสร้างเป็นละครเวทีครั้งแรกแสดงที่โรงละครเฉลิมนคร เมื่อเดือนธันวาคม 2490 โดยมี ส.อาสนจินดา เป็นพระเอก วรนาฏ แสดงเป็นนางเอก ภายหลังได้มีผู้นำไปสร้างภาพยนตร์และละครโทรทัศน์อีกหลายครั้ง
รูปแบบการนำเสนอ ดรรชนี ม.จ.นิรันดร์ฤทธิ์ธำรง
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2496 สวลี ผกาพันธ์ ส. อาสนจินดา
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2504 พิศมัย วิไลศักดิ์ แสน สุรศักดิ์
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2513 สุคนธ์ทิพย์ เสนะวงศ์ เอก อมรินทร์
ดรรชนีไฉไล (2519) รัชนู บุญชูดวง อาวุธ พิทักษ์พงศ์
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2520 กรรณิการ์ ธรรมเกษร ภิญโญ ทองเจือ
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2539 สุวนันท์ คงยิ่ง รัฐธรรมนูญ ศรีฤกษ์
  • ภาพยนตร์ดรรชนีนางมีเพลงประกอบ 7 เพลงคือ กลางสายชล ดรรชนีครวญ ดรรชนีไฉไล เดือนต่ำดาวตก สงขลา หนาวตัก อรุโณทัยไม่กลับคืน ส่วนเพลงดรรชนีไฉไล ที่ขับร้องโดย สุรพล สมบัติเจริญ นั้นไม่ได้อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้
  • ตอนจบของละครเวทีหรือภาพยนตร์ดรรชนีนางรุ่นแรกจะเห็นเป็นว่านิรันดร์ไปถึงกระท่อมดรรชนีช้าไปเพราะเมื่อไปถึง ณ ที่แห่งนั้น ไม่มีดรรชนี ไม่มีอะไรอีกแล้วเพราะพายุเพิ่งพัดทุกสิ่งทุกอย่างบนเกาะนั้นออกไป ไม่มีอะไรเหลือให้นิรันดร์ได้สำนึกบาปอีกแล้ว แต่พอมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2504 ผู้สร้างเกรงว่าคนดูจะเศร้าเกินไปกับชีวิตที่รัดทนของดรรชนี จึงมีการเปลี่ยนบทภาพยนตร์ในตอนจบ